| |
5.4
แบบแผนโบราณ พวกแผนโบราณแท้ ๆ บางแห่งจะมีการนวดกันจริงจัง
(ค่านวดจะถูกมากชั่วโมงละสองสามร้อยบาทหรือน้อยกว่านี้อีก)
ไม่มีการบังคับให้หมอนวดอึ๊บกับแขก
(แต่ตกลงกันเองก็ทำได้ถ้าหมอนวดยอมและสถานที่อำนวย)
ในอาบอบนวด หลาย ๆ แห่งแม้จัดหมอนวดแบบ แผนโบราณไว้
แต่ในทางปฎิบัติในบางแห่งก็ทำงานแบบเดียวกับหมอนวดธรรมดา คือทุกคนจะต้องอึ๊บกับแขก
มีการอาบน้ำ(อาจไม่ต้องลงอ่าง)และนวดด้วย แต่พวกนี้มักอายุมากและผ่านงานมามากแล้ว ราคาจะถูกกว่าหมอนวดแบบธรรมดาบ้างแต่ไม่มากนัก
6.การเลือกหมอนวด เวลาเข้าไปในสถานอาบอบนวดแล้วก็ให้ทำตัวปกติอย่าทำท่าตื่นเต้นหลุกหลิกให้เป็นที่สังเกตของคนอื่น
ควรหาที่นั่งสงบใจก่อนแล้วค่อย ๆ สำรวจดูสิ่งรอบตัว พอมั่นใจดีแล้วก็มองดูหมอนวดในตู้
ถ้าไกลไปก็เดินเข้าไปมองที่หน้าตู้เลย ดูให้ดีนะว่ากระจกและไฟมันไม่หลอกตา
เพราะบางทีในตู้มองดูแล้วว่าขาวหรือสวย แต่พอออกมาข้างนอกแล้วผิดจากที่เห็นในตู้ก็มี
ถ้าจะให้ดีจะต้องมองเปรียบเทียบผิวพรรณ หน้าตากับคนข้างเคียงด้วย
จะได้แน่ใจว่าขาวหรือเนียนจริงๆ เพราะถ้าดูเดี่ยวๆ อาจผิดพลาดได้ แต่ถ้าชอบผิวคล้ำๆตาคมแบบไทยๆเช่นเดียวกับตัวผมเอง(จิ้งเหลนไฟ)ก็หมดปัญหาไปเยอะ
เรื่องการดูว่าอกใหญ่หรือไม่
บางกรณีมองลำบากก็ต้องอดทนคอยดูหลาย ๆ มุม ถ้าดูทางด้านข้างจะรู้ชัดว่าใหญ่หรือเล็ก
ถ้าใหญ่มันก็จะยื่นชูชันออกมาเลย
ที่ดูยากหน่อยก็พวกชอบดันนมให้ล้นออกนอกบราฯทำให้มองดูใหญ่
แต่จริง ๆ ไม่ใหญ่ พวกนี้สังเกตดูแม้เนินอกนอกคัพนูนใหญ่ก็จริง
แต่ฐานล่างมันจะแฟบ ๆ ผิดรูป เพราะถูกดันให้ล้นขึ้นไป
มันไม่ใหญ่จริงหรอก พวกใหญ่จริงมันจะดูอูมฟูมเต็มคัพ
จุดที่บอกได้ดีอีกอย่างก็คือต้องคอยจังหวะ เวลาขยับตัวเดิน,ลุกนั่ง
ถ้ามองเห็นนมกระเพื่อมขึ้นลงก็พอบอกได้ว่าใหญ่จริง บางทีต้องคอยจังหวะตอนก้มมองลอดเสื้อเข้าไป
เรื่องผิวนี่จะดูแค่หน้าอย่างเดียวไม่ได้เพราะใช้เมคอัพปกปิดกันได้
ต้องดูที่คอ หน้าอก แขนขาประกอบด้วย
บางคนหน้าขาวแต่ส่วนอื่นคล้ำก็เชื่อได้ว่าสีจริงคือคล้ำ เรื่องความกระชับและความลึกของจี๋มส่วนมากคนตัวเล็กย่อมฟิตและตื้นกว่าคนตัวใหญ่ อันนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ
ถ้าของเราเล็กก็ควรเลือกคนตัวเล็กไว้ก่อน หมอนวดบางคนมีกล้ามเนื้อจี๋มแข็งแรงก็จะฟิตกระชับเป็นพิเศษ
ถ้ามองดูมือแขนมีกล้ามเนื้อ แข็งแรงดูคล้ายเป็นปล้องอวบ ๆ
(ไม่ใช่เป็นมัด)ก็มักจะมีกล้ามเนื้อตรงนั้นดีด้วย พวกแขนลีบ
ๆ
ก็มักมีกล้ามเนื้อน้อยไปด้วยอย่าสับสนระหว่างรูจี๋มเล็กกับกล้ามเนื้อจี๋มแข็งแรงล่ะ
คนตัวเล็กจี๋มเล็กแน่ๆ (ซึ่งจะรัดจู๋ แค่ตอนใส่เข้าไปใหม่ๆ)
แต่ไม่ได้หมายความว่า กล้ามเนื้อตรงนั้นแข็งแรง
(รู้สึกได้ว่าหลังจากเดินลำไปแล้วช่องคลอดจะเหลวยืดตัวมากจนไม่มีแรงรัด)เพราะอาจจะไม่เคย(แม้แต่จะคิด)ฝึกขมิบจิ๋ม
เลิกงานแล้วก็เอาแต่เที่ยวเล่นเมายา ปล่อยตัวให้เสื่อมโทรม
(แขนขาจึงลีบ) บางคนตัวใหญ่หน่อย
จี๋มอาจใหญ่แต่กล้ามเนื้อรอบ ๆ
แข็งแรงสามารถขมิบรัดได้แรงมาก(ขณะเดินลำ)เพราะดูแลตัวเองดี
พักผ่อน,ออกกำลังกายและฝึกขมิบจิ๋มอยู่เสมอ แขกจึงติดแม้จะมีอายุขึ้นมาบ้าง
ถ้าของเราใหญ่ยาวหากเลือกคนตัวเล็กจี๋มฟิตและตื้น
เวลาร่วมก็จะทำไม่ได้เต็มที่เพราะจะไปชนมดลูกแรงๆ
ทำให้หมอนวดเจ็บหมดอารมณ์ไปได้(และจะไม่ยอมบริการให้เราอีก) ก็ต้องเลือกคนตัวใหญ่สูงๆ หน่อยจะได้เข้ากันได้ดี
ไม่ใช่ตะบี้ตะบันจะเอาแต่ตัวเล็กๆขาวๆลูกเดียว การดูอายุปกติก็ถามเชียร์แขกดูได้
แต่บางทีเชียร์แขกก็ไม่แน่ใจก็อาจบอกเดา ๆ ผิด ๆ ได้
อันนี้ก็ต้องดูด้วยตัวเอง ปกติคนอายุน้อย ผิวพรรณก็เต่งตึง
ผิวใบหน้ามักจะเรียบ ไม่มีอาการย้อยหรือหยัก
หรือเป็นลอนคลื่นไม่เสมอกัน เนื้อส่วนแขนท่อนบนจะไม่ห้อยย้อย ปกติคนอายุมากมักจะท้วมและตัวมักใหญ่กว่าสาวรุ่นๆ
เนื้อจะไม่เต่งตึง
(แต่มักมีเทคนิคดี)ยกเว้นคนที่ดูแลตัวเองดี
ซึ่งมักจะเป็นดารา หรือ ไซด์ไลน์ แขกอาจสอบถามเกี่ยวกับตัวหมอนวดได้ เช่น ทำมานานเท่าไร
อายุเท่าไร มีลูกหรือยัง (เพราะเชื่อว่านมจะใหญ่,มีน้ำนมให้ดูดและอารมณ์สูง
แต่หลังๆมาแขกมักเลี่ยงไม่เลือกเพราะอาจจะท้องลายไม่น่าดู)
อกใหญ่หรือเล็ก อมสด หรือเบิ้ลได้หรือเปล่า
ส่วนใหญ่ถ้าเชียร์แขกรู้ส่วนดีของหมอนวดก็จะบอก
แต่อะไรที่ไม่ดี บางทีก็แกล้งบอกว่าไม่แน่ใจ
ที่สำคัญ อันดับแรกคือต้องเลือกคนที่ถูกใจเราเป็นหลัก
อย่าตามแห่ตามฮิต
แล้วสอบถามเพื่อให้แน่ใจว่าหมอนวดคนนั้นมีสิ่งที่เราไม่ชอบหรือไม่
แต่อย่าเชื่อคนเชียร์แขกนัก เพราะคนเชียร์แขก มีหลายประเภท
บางคนชอบยัดเยียดเด็กที่ไม่ค่อยได้งานให้แขกที่ไม่คุ้นหน้า
บางคนโกหกดื้อๆเลย ขอเพียงให้เราขึ้นห้องเป็นพอ
และบางอย่างที่เชียร์แขกบอกว่าทำ
ก็อย่าเหมาว่าน้องจะทำให้เราเหมือนกับที่ทำกับคนอื่น
เพราะบางทีเขาไม่ทำให้เพราะเราอาจเป็นคนที่ไม่น่าทำให้อย่างยิ่ง หรือบางทีเหนื่อยมากแล้ว
การจองเด็ก
ถ้าเราต้องการจองเด็กก็โทรไปจองกับร้านได้
หรือจองกับเชียร์แขกแล้ว เราต้องไปตามเวลาด้วย
มิฉะนั้นเขาก็ต้องให้ขึ้นกับคนอื่นไป
มีอย่างหนึ่งคือ ถ้าเชียร์แขกหาเด็กที่ถูกใจ
เราก็ควรให้ทิปเขาเป็นสินน้ำใจ
(นักเขียนใหญ่ท่านหนึ่งบอกว่าท่านมักจะให้ทิปเชียร์แขกนิดหน่อยก่อน
ถือเป็นจุดเรียกน้ำใจ
แล้วถ้าถูกใจเด็กที่จัดให้จึงทิปเพิ่ม)เพื่อวันหลังเขาจะได้แนะนำที่ดีๆให้อีก เมื่อเลือกน้องได้แล้วก็จะออกมาหาเรา ปกติก็จะไหว้เรา
เราควรรับไหว้ แต่บางคนแค่ยิ้มหวานๆให้ เราก็ยิ้มตอบ
แล้วน้องจะพาเราขึ้นไปที่ห้อง
ตอนนี้ส่วนมากยังไม่ต้องจ่ายเงินจะกลับมาจ่ายที่เคาน์เตอร์ตอนเสร็จแล้ว
แต่ก็มีบางแห่งให้จ่ายเงินก่อนก็มี
7.ขั้นตอนการให้บริการของหมอนวด พอเข้าไปในห้อง
หมอนวดมักจะตรงไปเปิดน้ำร้อนน้ำเย็นใส่อ่างก่อน สักเดี๋ยวก็จะมีเด็กเสริฟมาถามว่าจะสั่งอะไรมากิน
ปกติเราก็มักจะสั่งน้ำ เบียร์หรืออะไรก็ตามแต่ เราต้องสั่งให้หมอนวดด้วยเป็นการแสดงน้ำใจที่ดี
เมื่อเด็กเอามาเสริฟแล้ว ต้องทิปให้เด็กด้วย (อย่าลืม)
ระหว่างนั้นก็จะมีแม่บ้านเอาตะกร้าใส่อุปกรณ์พวกสบู่
น้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาบ้วนปาก กระดาษเช็ดหน้า ฯลฯ
มาให้แล้วรีบออกไป หมอนวดก็เอาน้ำยาฆ่าเชื้อโรคไปผสมน้ำในอ่าง
แล้วเวลาการให้บริการของหมอนวด ก็จะเริ่มต้น (มีข้อควรรู้อีกอย่าง
ถ้าหากเรายังไม่ได้ทำอะไรกับหมอนวดจนถึงขั้นอมจู๋และอึ๊บกัน เกิดเราไม่ถูกใจหมอนวดเลย
เช่น ทำกิริยาไม่ดี พูดจาไม่ดี พอจะทำอะไรก็ไม่ให้ทำ ตามที่คนเขาทำกันปกตินะ ก็ขอเปลี่ยนตัวหมอนวดได้
แต่ปกติแขกจะไม่เปลี่ยนตัว เพราะมันทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี
นอกจากเห็นว่าแย่มากจริง ๆ
เท่านั้น)
หมอนวดที่ดีจะถอดเสื้อผ้าตัวเองแล้วมาช่วยเราถอดเสื้อผ้าเอาไปแขวน
แล้วก็จะถอดชั้นใน จนล่อนจ้อน
บางทีอาจยังไม่ถอดเสื้อผ้าแต่ไปนั่งกันที่โซฟา
แล้วอาจกอดจูบลูบคลำล้วงกัน เป็นการอุ่นเครื่องก่อน
ถ้าเกิดอารมณ์ได้ที่ก็อาจอึ๊บกันที่โซฟาก่อนอาบน้ำก็มี ไม่มีอะไรมาขีดขั้นว่า จะต้องทำอะไรกันตอนไหน
สุดแล้วแต่แขกกับหมอนวดเป็นหลัก ปกติเมื่อล่อนจ้อนกันทั้งสองคนแล้วและน้ำเต็มอ่าง
แขกและหมอนวดก็จะลงไปในอ่าง แต่ก่อนลงอ่าง
หมอนวดบางคนที่มีเทคนิคดีก็จะเปิดฝักบัวล้างจี๋มโชว์ก่อนลงอ่าง และอาบน้ำให้แขกนิดหนึ่งก่อน
แล้วจึงลงไปแช่ในอ่างกับแขกโดยหันหน้าเข้าหากัน ให้แขกนอนเอนเอาหัววางบนผ้ารองซึ่งจะจัดไว้ด้านตรงข้ามกับก๊อกน้ำเสมอ แล้วหมอนวดกับแขกจะขยับตัวให้ท่อนขาแถวสะโพกของแขกขึ้นไปทับอยู่บน ต้นขาอ่อนทั้งสองข้างของหมอนวด
เราไม่ต้องกลัวว่าหมอนวดจะหนักเพราะอยู่ในน้ำตัวเราจะไม่หนักเท่าไร
และก็เป็นท่ามาตรฐานหมอนวดที่ไหนๆ ก็ต้องทำอย่างนี้ เพราะทำให้หมอนวดถูทำความสะอาดแขกได้สะดวก
แล้วหมอนวดจะขัดถูมือเท้าและตัวให้แขก บางคนก็ล้างก้นให้แขกก็มี แล้วจัดการทำความสะอาดจู๋ของแขก
รูดหนังหุ้มจู๋ทำความสะอาดจนหมดจด
(บางทีก็ชักว่าวให้แขกไปเลย เรียกว่า "ขัดจรวด")
ถ้าแขกไม่ต้องการให้ล้างถูตรงไหนก็บอกหมอนวดไป
เพราะบางทีทำให้เสียเวลา แต่ปกติหมอนวดมักจะล้างจู๋แขกให้สะอาดเพราะจะต้องอมมัน
ขั้นตอนการอาบน้ำ(อย่างเดียว)กินเวลาไม่เกินสิบห้านาที แต่จะช้าเร็วก็ขึ้นอยู่กับหมอนวดด้วย
หมอนวดบางคนอาจถ่วงเวลาอาบน้ำให้นานๆ และ ถ่วงเวลาตอนอื่นด้วยจะได้เหลือเวลาทำอย่างอื่น พวกอมดูด อึ๊บ
น้อยหน่อยและจะได้ไม่ต้องถูกเบิ้ล(อึ๊บครั้งที่สอง)ด้วย
ซึ่งก็น่าเห็นใจมาก เพราะวันหนึ่ง ๆ
หมอนวดที่เป็นดาราของที่นั่นบางคนอาจต้องบริการแขกสี่ห้ารอบก็มี
อาจต้องอึ๊บกับแขกมากถึงหกเจ็ดหน (มักเกิดกับอาบอบนวดที่บังคับให้ยอมแขกที่ต้องการเบิ้ล)
ก็ต้องอ่อนเพลียเป็นธรรมดา(แม้ปกติหมอนวดจะไม่ถึงจุดสุดยอดก็ตาม)
ถ้ามีการถ่วงเวลากันบ้างแบบไม่น่าเกลียด ก็อย่าไปถือสา หรือ
แสดงความไม่พอใจเลย
เมื่อทำความสะอาดดีแล้ว
หมอนวดบางคนอาจจะ เริ่มชักว่าวให้แขก(ขัดจรวด) หรืออม ดูด
เลีย จู๋ของแขกสด ๆ ในอ่างอาบน้ำเลยก็มี (เรียกว่า "เล่นน้ำ"หรือ"ดำน้ำ")
และอาจมีบ้างที่แขกเกิดอารมณ์มากเลยอึ๊บกันในอ่างอาบน้ำหรือที่ขอบอ่างก็มี
แต่ปกติแล้วจะออกจากอ่างน้ำแล้วหมอนวดก็จะช่วยเช็ดตัวแขกให้แห้ง แล้วบอกให้แขกไปนอนคอยที่เตียง
ขอแนะนำว่าเราควรมีน้ำใจรอช่วยเช็ดตัวให้หมอนวด หรือรอช่วยอื่นๆ เมื่อหมอนวดเช็ดตัวเองแห้งแล้วก็จะเตรียมถุงยางและขึ้นไปนอนเคียงข้างกับแขก ตอนนี้ก็อยู่ที่แขกว่าจะให้เริ่มอะไรก่อน
ถ้าแขกนอนเฉยๆไม่เริ่มเอง หมอนวดก็จะเอากระดาษเช็ดจู๋ของแขกให้แห้งสะอาดดี
แล้วจะเริ่มจูบเลียตามตัวแขก ดูดนมแขก(ไม่ทุกคนที่จะเลียเนื้อตัวแขก)
จนมาจบด้วยการอมจู๋เสมอ ซึ่งก็ไม่ได้อมเฉยๆตลอดเวลา แต่จะอมเม้มปากรูดขึ้นลงตลอดลำจู๋
สลับกับถอนปากออกมาเลียตามส่วนหัวหรือลำตัวจู๋ หรือลงไปเลียและอมไข่ หมอนวดจะอมจู๋สดๆ
หรือจะใส่ถุงยาง(ปลอก)ก่อนอม ก็สุดแล้วแต่เธอ หมอนวดที่เก่งหรือในอาบอบนวดบางที่(ส่วนใหญ่เป็นที่หรูๆหน่อย)
จะกลั้วปากด้วยน้ำยาบ้วนปากก่อนอมสด
บางที่ก็ตั้งเป็นกฎให้พวกไซด์ไลน์ราคาสูงต้องกลั้วปากหรืออมยาอมฆ่าเชื้อก่อนแลัวจึงอมสดๆ
สมัยก่อนถ้าอมโดยใส่ปลอก
หมอนวดก็มักจะไม่อมหรือเลียไข่
เพราะขมลิ้นมาก จากน้ำยาหล่อลื่นที่ละลายเนื้อยางที่ใช้ทำปลอก
ซึ่งจะไปขังรวมอยู่มากตรงขอบๆใกล้ๆไข่ แต่ถ้าอมสดก็อาจจะเลียหรืออมไข่ให้ด้วย
มาสมัยนี้ไม่ว่าจะอมสดหรือใส่ปลอก แขกอาจขอให้เลียไข่หรืออมไข่ได้เพราะน้ำยาและเนื้อยางแทบไม่ขมแล้ว ซึ่งหมอนวดบางคนก็ทำให้แต่บางคนก็ไม่ยอมทำให้
(มักอ้างว่าพอจู๋แข็งแล้วเลียไข่ก็ไร้ผล) ในอาบอบนวดบางแห่งเปอร์เซ็นต์ที่หมอนวดเคยอมสด
ๆอาจมีมากถึงเกือบครึ่งหนึ่ง บางแห่งอาจถึง 75
เปอร์เซ็นต์(เพราะเป็นนโยบายของสถานที่
แต่ไม่ได้หมายความว่า ในจำนวนพวกที่อมสด เธอจะอมสดทุกครั้งไป)
แต่บางแห่งก็มีน้อยในราว 30 เปอร์เซ็นต์ การอมจู๋ของแขกถือเป็นบริการมาตรฐานของหมอนวดทุกคนและทุกแห่งจะต้องทำ (อันนี้แตกต่างจากซ่องอย่างเห็นได้ชัด)
การอมจู๋จะนานหลายนาที อาจถึงสิบนาทีก็ได้
การอมจู๋สด ๆ นี้
มีกฏกติกามารยาท อยู่อย่างหนึ่งที่แขกพึงปฏิบัติคือ
ถ้าเสียวจนน้ำอสุจิ กำลังจะพุ่งออกมาจะต้องบอกให้หมอนวดรู้จะได้ถอนปากออกทัน
ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะปล่อยให้ น้ำพุ่งเข้าปากโดยไม่บอกก่อน
แต่ถ้าบอกแล้วหมอนวดยังทำต่อก็แสดงว่าเต็มใจให้น้ำอสุจิเข้าปาก ก็ปล่อยให้พุ่งเข้าปากได้ ปกติมีน้อยคนที่ยอมให้น้ำแตกในปาก
มักจะยอมกับแขกขาประจำ เพราะผู้หญิงส่วนมาก(หมอนวดด้วย)รังเกียจการมีน้ำอสุจิในปาก
(ในน้ำอสุจิของคนเป็นเอดส์จะมีเชื้อเอดส์จำนวนมาก
ทำให้มีโอกาสการติดเชื้อได้ แม้ว่าการติดเชื้อโดยการอม เลีย อวัยวะเพศ จะมีโอกาสน้อยมากก็ตาม
ยิ่งถ้ากลืนลงไปเชื้อจะถูกน้ำย่อยฆ่าตายหมด) ปกติเมื่อน้ำออกโดยการอม
หมอนวดในหลายสถานที่จะให้แขกอึ๊บจนหลั่งอีกหนหนึ่ง แต่มีหมอนวดบางคนโดยเฉพาะพวกไซด์ไลน์หรือในสถานที่หรูจัดๆบางแห่งจะทำให้แค่แขก หลั่งน้ำหนเดียวเท่านั้น
เพราะฉะนั้นในที่แห่งนั้นจะต้องถามหมอนวดหรือสาวไซด์ไลน์ ให้ดีก่อน
มิฉะนั้นอาจผิดหวังหรืออาจต้องให้เงินเพิ่ม(ทิป)ถึงได้อึ๊บจริง
ส่งผลให้เกิดผิดใจกันได้ เมื่อหมอนวดอมจู๋แล้ว
บริการมาตรฐานอีกอย่างหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ
หมอนวดต้องอึ๊บกับแขก ไม่ว่าแขกคนนั้นจะแก่,หนุ่ม อ้วน,ผอม
สูง,เตี้ย ขาว,ดำ หรือไม่ถูกสเป็คของหมอนวดเลยก็ตาม
เพราะเป้าหมายของคนเที่ยวอาบอบนวด คือการอึ๊บกับหมอนวด
จึงเป็นหน้าที่ของหมอนวดต้องช่วยให้แขกหลั่งน้ำโดยการอึ๊บให้ได้ แต่ถ้าไม่สามารถทำให้หลั่งโดยการอึ๊บก็ต้องช่วยโดยชักว่าวหรือดูดจู๋ให้จนเสร็จก่อนหมดเวลา แต่ถ้าหมดเวลาแล้วหมอนวดก็หยุดและลงไปจากห้องได้ หากแขกยังต้องการให้เสร็จก็ต้องเสียเงินต่อรอบใหม่อีก ในการอึ๊บกับแขก
หมอนวดจะยอมให้แขกอึ๊บสดๆ โดยไม่ใส่ปลอก หรือให้ใส่ปลอกก็ได้ ขึ้นอยู่กับหมอนวดเป็นหลัก แขกไม่มีสิทธิเลือกไม่ใส่ปลอก
หมอนวดบางคนต้องการให้แขกติดใจ ก็มักจะให้แขกทำอะไรสด ๆ
ได้หลายๆ แบบ เช่น ยอมให้อึ๊บสด ๆ
โดยให้ฉีดน้ำใส่จี๋ม จนหมดหยดสุดท้ายเลย หรือให้ชักเข้าออกสด
ๆ
ได้เต็มที่จนเสียวทนไม่ไหวแล้วให้ชักออกมา หลั่งข้างนอกรูจี๋ม
เช่น บนท้องน้อย ,เต้านมหรือแม้แต่บนหน้าของเธอ
(ใส่ปากก็เคยเจอมา) หมอนวดบางคนยอมให้สอดใส่สด ๆ
และเดินลำไปสองสามที
แล้วให้แขกเอาออกมา สวมปลอกแล้วทำต่อจนเสร็จ
บางคนแค่ยอมให้แขกเอาจู๋ถูไถกับจี๋มด้านนอกได้แพล๊บเดียว บางคนยอมให้ทำอย่างนั้นได้นานเท่าที่ต้องการตราบเท่าที่ไม่มีการสอดใส่สดๆ บางคนยอมให้เข้าสด ๆ
แค่หัวนิดเดียวแล้วให้เอาออกทันทีการอึ๊บกับหมอนวดโดยไม่ใส่ถุงยางเป็นเรื่องเสี่ยงติดโรคเอดส์ได้
นี่ยังไม่นับรวมถึง กามโรคเดิมๆที่ยังอาละวาดอยู่
เพราะแม้สถานอาบอบนวดส่วนใหญ่จะตรวจเลือดหมอนวด ตอนเข้าทำงานใหม่ๆ และตรวจทุกสามเดือน
แต่ก็ไม่รับรองว่าหมอนวดทุกคนปลอดเชื้อเอดส์ และต้องรู้ไว้ด้วยว่าหมอนวดจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งเคยทำ(อาจไม่ประจำ)ดูดจู๋สดๆ
และยอมให้ แขกอึ๊บโดยไม่ใส่ถุงยาง
ฉะนั้นจึงมีโอกาสมากที่จะติดเอดส์จากแขกได้
หรือแขกคนถัดไปได้รับเชื้อที่คาอยู่ใน
น้ำเมือกหรือน้ำหล่อลื่น
ซึ่งตกค้างอยู่ในช่องคลอด
จากการที่ได้เคยพูดคุยกับแขกที่ไปเที่ยวและจากประสบการณ์เอง น่าเชื่อว่ามีหมอนวดที่เคยอึ๊บกับแขกโดยไม่ใส่ถุงยางเป็นประจำ(ไม่ทุกครั้ง)ไม่น้อยกว่า 20-30 เปอร์เซ็นต์ และที่ยอมให้อึ๊บสด ๆ นาน ๆ
ครั้งอีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ จึงรวมหมอนวดที่เคยให้แขกอึ๊บโดยไม่ใส่ถุงยางถึงประมาณ 50
เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว อย่างนี้ย่อมเห็นได้ชัดว่าไม่ควรอึ๊บสด ๆ กับหมอนวด แต่เมื่อมีความจริงอยู่ว่ามีการอึ๊บกันสด ๆ
กับหมอนวดกันจำนวนมาก จึงอยากแนะนำว่าการติดเชื้อเอดส์มักเกิดจากเชื้อเข้าทางแผลไม่ใช่เข้าโดยตรงทางเนื้อเยื่อ
หน้า
1
2
3
4 |
|
|