| |
ดังนั้นถ้าหากจะอึ๊บสดกับหมอนวดก็จะต้องพยายามทำให้จู๋ลื่นมากๆ การที่จะพึ่งแต่เพียงน้ำเมือกหล่อลื่นจากรูจี๋มเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ (นอกจากเห็นว่าน้ำหล่อลื่นของหมอนวดคนนั้นมีมากจริง ๆ
และเปียกทั่วถึงข้างนอกรูจิ๋มซึ่งมีน้อยคน)
ควรใช้เค-วายเยลลี่(หรือยี่ห้ออื่นที่มีตัวยาฆ่าเชื้อจะยิ่งดีมากแต่ต้องซื้อไปเอง)ชะโลมจู๋ให้ลื่น
และเอาไปละเลงที่จี๋มของหมอนวดทั้งข้างนอกและข้างในให้ลื่นแล้ว จึงบรรจงสอดจู๋ใส่เข้าไปในในจี๋ม
โดยค่อย ๆ กดเข้าไปทีละน้อยอย่ารีบร้อนรุนแรง พยายามอย่าให้หนังหุ้มจู๋ดึงรั้งจนปริเป็นแผลเล็กๆ แต่ถ้าไม่มีเค-วายเยลลี่ก็ให้สวมถุงยางและบีบนวดให้จู๋เปียกน้ำยาหล่อลื่น(ที่มากับซองถุงยาง)จนทั่ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณหนังหุ้มหัวจู๋และตรงเส้นสองสลึง เสร็จแล้วให้สอดจู๋เข้าไปในจี๋ม
เดินจู๋เข้าออกช้าๆจนแน่ใจว่าช่องจี๋มมีน้ำยาหล่อลื่นจาก ปลอกชะโลมทั่วดีแล้ว
จึงชักจู๋ออกมาถอดปลอกออก
เมื่อชักออกมาแล้วก็อย่าปล่อยไว้นานจนแห้ง แต่ให้สอดเข้าไปในจี๋มช้า ๆ
ถ้ารู้สึกว่าเส้นสองสลึงเริ่มตึงให้หยุดการสอดคาไว้เฉยๆ ก่อน แล้วค่อยดันเข้าไปช้า ๆ ทีละนิดอย่ากดลงไปแรง
จนกระทั่งจู๋เข้าไปได้หมดเข้าที่ดีแล้ว จึงค่อยๆ
เริ่มกระทุ้งจู๋เข้าออกได้ แต่ต้องทำค่อยๆ ช้าๆ ด้วย
ต่อเมื่อรู้สึกว่าลื่นสะดวกดีแล้วจึงทำเร็วขึ้นได้ ถ้าทำอย่างนี้การสอดใส่และเดินลำเข้าออกก็จะไม่เกิดแผลปริแตก น้ำยาหล่อลื่นคือหัวใจของการลดการติดเชื้อเอดส์(และกามโรคอื่นๆ)จากการอึ๊บสด ในการอึ๊บสดๆ นั้นไม่ควรหลั่งน้ำอสุจิในช่องคลอด
โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยตรวจเลือด(เพราะไม่มีทางแน่ใจว่าในตัวเราหรือหมอนวดมีเชื้อกามโรครวมทั้งเชื้อเอดส์หรือไม่) ความจริงเมื่อหมอนวดยอมให้อึ๊บสดแล้วก็ควรพอใจ
เมื่อกระทุ้งจี๋มได้นานพอเริ่มเสียวแล้วก็น่าจะถอนออกมาแล้วใส่ปลอกอึ๊บต่อไปจนน้ำแตก
ก็จะปลอดภัยต่อตัวเราและหมอนวดมากขึ้น เพราะปกติเมื่อเริ่มเสียวมากก็จะมีน้ำเคลื่อนออกมาบ้าง
อาจนำเชื้อกามโรคและเอดส์ออกมาได้(ถ้ามีเชื้อเอดส์อยู่)
และเป็นทางให้เชื้อเข้าตัวเราได้ เราควรสำนึกอย่างมากว่า
การที่หมอนวดให้อึ๊บสด ๆ ก็เป็นเรื่องพิเศษมากแล้ว ไม่ควรเพิ่มความเสี่ยงให้หมอนวด,ตัวเราและแขกคนถัดไปอีก
อีกเรื่องหนึ่งที่แขกอยากได้มากคือการอึ๊บหมอนวดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง(เบิ้ล) ปกติถือว่าหมอนวดมีหน้าที่อึ๊บกับแขกจนน้ำแตกรอบละหนเท่านั้น แต่ก็มีหมอนวดอีกมากและในสถานอาบอบนวดบางแห่งต้องการลูกค้ามากๆ
จะบังคับกลายๆ ให้หมอนวดยอมให้แขกอึ๊บจนเสร็จได้ถึงสองรอบ
ซึ่งจะเป็นที่ไหนหรือหมอนวดคนไหนค้นอ่านดูได้ในเวปบอร์ดเกี่ยวกับการเที่ยวอาบอบนวดทั้งหลาย เมื่ออึ๊บกันแล้วมีปัญหาว่าจะปัสสาวะที่ไหน
ปกติในห้องอาบอบนวดไม่มีที่ปัสสาวะ การที่จะออกไปข้างนอกก็ไม่มีใครไปเพราะขลุกขลักอย่างยิ่ง ปกติจึงปัสสาวะตรงช่องระบายน้ำทิ้งที่อยู่นอกอ่างแล้วรีบฉีดน้ำล้างให้ลงไปโดยเร็ว อย่าปัสสาวะในอ่างเพราะเราใช้อาบร่วมกัน
(แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องรีบล้างอ่างให้สะอาด)
ย้อนกลับไปข้างต้นตอนขึ้นบนเตียงใหม่
ๆ หลังจากขึ้นจากอ่าง ถ้าแขกต้องการแสดงเองเลย
ก็ยังไม่ให้หมอนวดอมจู๋หรือให้อมสักนิดพอให้เกิดอารมณ์ แขกจะเป็นฝ่ายรุกซุกไซ้เล้าโลมหมอนวดก็ย่อมทำได้ คราวนี้มีปัญหาอยู่ว่าแขกจะทำอะไรกับหมอนวดได้บ้าง
ปกติแขกทำอะไรกับแฟนได้ ก็ทำกับหมอนวดได้
บางอย่างอาจทำกับหมอนวดได้มากกว่าแฟนที่บ้านเสียอีก สรุปที่ทำได้แน่ ๆ
ก็คือกอดจูบ(หมอนวดจำนวนมากไม่ให้จูบปากก็อย่าไปฝืน)แต่ยอมให้จูบแก้ม
หน้าผาก ซุกไซ้ จับ บีบคลึงเต้านม
ซึ่งเราไม่ควรบีบจนหมอนวดเจ็บปวดดูดหัวนม(หมอนวดบางคนอาจให้ดูดนมนิดเดียวเพราะกลัวหัวนมดำเร็วไป
โดยมากเป็นพวกไซด์ไลน์
แต่ปกติก็ยอมให้ดูดและจับนานเท่าที่แขกต้องการ) ลูบคลำจี๋ม
คลึงคลิต (คลิตอริส(Clitoris),ปุ่มกระสันต์) การล้วง(ไช)เข้าไปในจี๋ม
หมอนวดบางคนอาจไม่ให้เพราะกลัวเล็บสกปรก หรือข่วนรูจี๋ม แต่ส่วนใหญ่มักยอม(บางคนขอทิป) ซึ่งแขกก็ต้องทำค่อย ๆ
และต้องดูก่อนว่านิ้วเรามีแผลหรือเปล่า ถ้ามีก็ห้ามทำเด็ดขาด
เรื่องการซุกไซ้เล้าโลมหมอนวดนี้
มีสิ่งหนึ่งที่แขกหลายคนชอบทำกับหมอนวด และมีหมอนวดบางคนชอบให้แขกทำให้มาก แต่บางคนก็ไม่ยอม
(ยกเว้นมีทิป)สองพวกนี้มีสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง
นั่นคือการเลียจี๋มเลียคลิต จากการสอบถามหมอนวดมีหลายสิบเปอร์เซ็นต์เคยถูกแขกเลียจิ๋มและคลิต ปกติหมอนวดที่ถูกเลียจี๋มและคลิต
อย่างเต็มความรู้สึก,ไม่ฝืนใจ
จะถึงจุดสุดยอดในเวลาไม่นาน(สักเจ็ด,แปดหรือสิบนาที)ถ้าหากแขกเลียเป็น
แต่ถ้าแขกทำไม่เป็นก็จะไม่เสร็จ ซึ่งการถึงจุดสุดยอดจากการถูกเลียก็จะง่ายกว่าการอึ๊บกันและจะเสียวกว่าการอึ๊บกันมาก หมอนวดทุกคนจะบอกว่าการเลียที่จะทำให้เสร็จ
จะต้องเลียไล้ไปที่หัวคลิตนาน ๆ อย่าหยุดจนกว่าจะเสร็จ
ไม่ใช่เลียเน้นที่รูจี๋มหรือแคมเล็ก,แคมใหญ่
ยกเว้นตอนอุ่นเครื่องซึ่งจะเลียเพื่อ ให้หัวคลิตตื่นตัวจนโผล่ขึ้นมา
ถ้าหัวคลิตไม่โผล่ก็ให้แหวก,ปลิ้นกลีบแคมเล็ก
ออกมาให้หัวโผล่แต่บางคนก็ไม่โผล่เพราะจมลึก(ขึ้นอยู่กับแต่ละคน)
อาจต้องช่วยดูดขึ้นมา ซึ่งหมอนวดจะ เสียวมากตอนถูกดูด
(บางคนจะถึงสุดยอดได้)
แต่ไม่ได้แปลว่าให้ดูด(หรือเลีย)หัวคลิตทันทีตั้งแต่เริ่มทำ
(เพราะถ้าผู้หญิงยังไม่มีอารมณ์การแตะถูกหัวคลิตดิบๆจะทำให้เจ็บชา)
สำหรับเรื่องการเลียจี๋มของหมอนวดนี้ไม่ขอแนะนำให้ทำ(ใช้นิ้วล้วงไชและจูบฟัดแทนได้) เพราะหมอนวดผ่านการอึ๊บกับคนจำนวนนับร้อยหรือนับพันคน จึงอาจติดเชื้อโรคได้ง่าย
ให้ทำกับภรรยาเท่านั้น(อย่างเต็มที่ด้วย)
มีอีกเรื่องหนึ่งคือการร่วมเพศทางทวารหนัก
ปกติหมอนวดไม่มีหน้าที่ให้แขกร่วมทางทวารหนัก แต่บางคนอาจยอมก็สุดแล้วแต่จะตกลงกัน
การร่วมทางทวารหนักเป็นเรื่องเสี่ยงมาก เพราะธรรมชาติไม่ได้สร้างให้ทวารหนักมีไว้อึ๊บกัน จึงไม่มีน้ำหล่อลื่นจะทำให้เนิ้อเยื่อบุเกิดแผลปริฉีกขาดได้ง่าย
ทั้งชายและหญิงการเกิดแผลบาดเจ็บและติดเชื้อเอดส์จึงเกิดได้ง่ายกว่าทางอื่น
อีกอย่างแม้จะระวังใช้น้ำมันหล่อลื่นแล้ว
กล้ามเนื้อที่หูรูดทวารหนักซึ่งแข็งแรงมากกว่าจิ๋มอาจจะรัดจู๋ของเราจนบอบช้ำได้ ทำให้เกิดการอ้กเสบในท่อฉี่จนมีเลือดออกตอนฉี่ได้
(เยี่ยวเป็นเลือด) เมื่ออึ๊บกันเสร็จแล้วถ้ายังมีเวลาเหลือแขกมีสิทธิอยู่ในห้องต่อไปจนกว่าจะมีเสียงโทรศัพท์ขึ้นมาบอกว่าหมดเวลาแล้ว
จะต่อรอบอีกหรือเปล่า ถ้าไม่ต่อก็ลงไปจ่ายเงิน
บางที่ให้จ่ายก่อนแล้วก็กลับได้
แต่ก็อาจพบให้จ่ายค่าของใช้พิเศษอื่นๆเพิ่มอีกเล็กน้อย
เช่นค่าแชมพู ถ้าให้หมอนวดสระผมให้(เคยเจอมา)
ที่เจอบ่อยมักเป็นค่าถุงยาง อันที่สองและสาม เราก็ควรจ่าย
อย่าไปขี้เหนียว (ยกเว้นว่าแพงเกินไปก็ต้องโวยวาย)
ในระหว่างที่ยังไม่หมดเวลาหมอนวดที่ดีจะยังคงแก้ผ้าล่อนจ้อนเหมือนเดิม ยังจะไม่แต่งตัวเพราะจะเท่ากับเป็นการเร่งให้แขกกลับ(จะแต่งต่อเมื่อใกล้จะหมดเวลา) ในช่วงดังกล่าวก็อาจทำอะไรกันได้ที่ไม่ถึงกับเป็นการอึ๊บกัน แต่บางทีหมอนวดที่ใจดีก็อาจให้แขกอึ๊บอีกหนหนึ่งเพราะหนแรกอาจใช้เวลาแค่สองสามนาที(หลั่งเร็ว)
ถ้าหากขณะกำลังอึ๊บกันกันก็หมดเวลาพอดี
เราก็อาจทำต่อไปได้อีกสักไม่เกินสิบนาที โดยหมอนวดจะตอบไปว่าจะเสร็จแล้ว ขอเวลาอีกนิด
หรือไม่ก็บอกว่ากำลังกินข้าวจะหมดแล้ว หรือกำลังแต่งตัว
หรืออ้างเหตุอะไรก็ได้ เขาก็ไม่ว่าอะไร
ส่วนแขกก็ต้องเร่งโขยกให้เสร็จเร็วๆ ต่อจากนั้นก็แยกกัน
ถ้าติดใจหมอนวดก็อาจขอเบอร์โทรไว้ ส่วนเราไม่ควรให้เบอร์โทรบ้าน ถ้าหากเรามีครอบครัว
เพราะอาจมีการโทรไปที่บ้านทำให้ยุ่งยากมากปัญหาปกติถ้าแขกไปเที่ยวหมอนวดคนไหนบ่อยๆ เป็นเวลานานเป็นเดือนเป็นปีก็จะสนิทกัน เป็นขาประจำหมอนวดคนนั้นมักให้บริการดีกว่าปกติ
บางครั้งสิ่งที่ไม่ทำกับแขกคนอื่นก็อาจทำกับแขกขาประจำ เช่น
ยอมให้อึ๊บและอมจู๋สดๆ และบางทีก็ไปเที่ยวหรือไปอึ๊บกับแขกในเวลาที่ไม่ได้ทำงานด้วย เรียกว่าพอแขกคนนั้นโทรหาก็จะไปหาไม่มีอิดเอื้อน
เรื่องเงินไม่มีการเรียกร้อง ส่วนใหญ่แขกจะให้เงินบ้างตามสมควร
มักเป็นแขกจะหลงให้เงินไปมากกว่า(มีศัพท์เรียกการเป็นขาประจำว่า
"ผูกปิ่นโต"
ถ้าถึงขั้นขอให้หมอนวดหยุดทำงานไปเลยเรียกว่า"รับเลี้ยง")
สำหรับผู้ชายที่อยากจะอึ๊บเป็นครั้งแรกในชีวิต(ขึ้นครู)กับหมอนวด ก็ขอแนะนำให้ไปหาอาบอบนวดที่หมอนวดยอมให้เบิ้ลได้ หากว่าน้ำแตกเร็วไปจะได้แก้ตัวได้อีกที
ขอให้พยายามระงับความตื่นเต้นไว้ ถ้าจะบอกกับหมอนวดว่าเพิ่งเคยมาเที่ยวอาบอบนวดก็ไม่น่าจะต้องอาย
ตัวผมเอง(จิ้งเหลนไฟ) ก็เข้าอาบอบนวดครั้งแรกตอนอายุ 33 ปี
หรือถ้าอายจะบอกก่อนเลยว่าอาจจะขอเบิ้ล
เพราะเป็นคนหลั่งเร็วก็ได้ แล้วเตรียมทิปเพิ่มให้จะดีขึ้นอีก
หมอนวดจะได้ช่วยเต็มที่และอาจได้รับบริการดีเป็นพิเศษ
สำคัญอย่างเดียว หมอนวดอาจไม่เชื่อ
อาจเห็นว่าพูดหลอกลวงเพื่อให้เธอบริการอย่างดีๆสดๆ มีข้อหนึ่งที่จะเตือนคือ
ถ้าหากหมอนวดเชื่อว่าไม่เคยจริงๆ(โดยมากกับหนุ่มน้อยหน้าตาดี
)เธอจะบริการให้สดๆทุกอย่าง
อย่าได้ปล่อยอารมณ์ชั่ววูบหลวมตัวทำสดกับหมอนวดนะประเดี๋ยวติดโรคเอดส์หรือกามโรคอื่นจะหาว่าไม่เตือน
8.คำแนะนำสำหรับคนที่ชอบหลีกเลี่ยงไม่ใส่ถุงยาง
จากผลการศึกษามานานแล้วพบว่าโอกาสติดเชื้อจากการอึ๊บสดต่อครั้งมีในราวๆ
2 เปอร์เซ็นต์(จำตัวเลขแน่ชัดไม่ได้)
และจากข้อเท็จจริงที่พบว่าพวกหมอพยาบาลที่ถูกเข็มที่มีเชื้อเอดส์ตำ จะติดเชื้อเอดส์ประมาณแค่ 0.4
เปอร์เซ็นต์(แต่เขาจะให้กินยาต้านไวรัสเอดส์ทันทีจึงช่วยได้มาก) และเด็กที่เกิดจากแม่ที่เป็นเอดส์ ก็ติดเชื้อประมาณ 25
เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าให้แม่กินยาต้านเอดส์ตอนท้องก็จะช่วยทำให้ลดลงเหลือแค่แถวๆ 10 เปอร์เซ็นต์ และยังพบด้วยว่าเชื้อเอดส์ไม่สามารถผ่านเข้าสู่เซลทางผิวหนังปกติ(คือไม่มีแผล) ส่วนทางเยื่อเมือก(ที่บอกว่าติดทางเยื่อเมือกก็เช่นแค่เนื้อเยื่อจู๋เสียดสีกับเยื่อเมือกของช่องคลอด
เชื้อก็ซึมติดกันได้แล้วโดยไม่ต้องมีแผลเลย)เช่น
ในจี๋ม ปากมดลูก รูปัสสาวะ นั้นเดิมทีก็คิดว่าอาจจะเป็นไปได้
แต่ในปัจจุบันก็ยังไม่ถึงกับยืนยันว่าได้หรือไม่ได้อย่างเด็ดขาด แต่ก็เชื่อกันมากว่าน่าจะไม่ได้ เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า
เมื่อคู่ผัวเมียคนใดคนหนึ่งเป็นเอดส์ และยังคงอึ๊บกันต่อไป
ก็ปรากฏว่าคู่ของตนไม่เป็นเอดส์ทุกคน
หรือถ้าติดก็ไม่ได้ติดทันที แต่ติดในเวลาห่างกันมากก็มี
จึงมีการสันนิษฐานว่าสาเหตุใหญ่น่าจะติดเชื้อทางแผลเล็กๆ
ที่อวัยวะเพศ ซึ่งสาเหตุที่มาน่าจะเป็นดังนี้
ปกติการอึ๊บกันระหว่างผัวเมีย
บางครั้งผัวก็เล้าโลมจนเมียเสี้ยนเต็มที่
ในจี๋มมีน้ำเมือกหล่อลื่นออกมามากจนเยิ้มมาถึงข้างนอก และฝ่ายผัวเองมีน้ำนำร่องออกมาจุกที่ปลายจู๋
เวลาผัวสอดจู๋ใส่จี๋มจึงเข้าได้ไม่ยากนัก (แต่ก็ไม่คล่องอยู่ดีแหละทุกคนคงรู้อยู่แล้ว)
จึงไม่มีแผลปริ แต่ในบางครั้งเมื่อจะอึ๊บไม่เล้าโลมเมีย
(เพราะต้องรีบกลัวลูกตื่น
หรือด้วยเหตุผลอื่น)น้ำเมือกจี๋มของเมียยังไม่ออกมา
แต่ฝ่ายผัวกลับพยายามจะดันจู๋ข้าไป ปากรูจี๋มปกติก่อนจะถูกจู๋เสียบถ่างออกไปจะมีขนาดเล็กกว่าจู๋มาก
เมื่อจี๋มยังแห้งอยู่และจู๋ก็แห้งอยู่เหมือนกัน
ก็จะฝืดมากดึงรั้งหนังหุ้มจู๋โดยเฉพาะตรงบริเวณเส้นสองสลึง ถ้ายังพยายามจะดันลงไปแรงๆ หนังตรงนั้นก็จะปริเป็นแผลเล็กๆ
ยิ่งถ้าทำแรงมากก็จะทำให้ปากรูจี๋มเป็นแผลถลอกเล็กๆได้ (ที่พวกผู้หญิงบอกว่า "ค่อยๆ นะมันเจ็บ"
นั่นแหละส่วนมากก็เป็นตอนสอดจู๋นี่แหละ) แผลพวกนี้อาจเล็กมากจนเราไม่ทันสังเกต
แต่ถ้าใหญ่นิดนึงเวลาล้างน้ำจะแสบนิดๆ (เราทุกคนคงเคยเจอมากันทั้งนั้นแหละ)
ทีนี้ไม่ว่าแผลใหญ่เล็กแค่ไหนจะต้องมีเลือด
และน้ำเหลืองออกทั้งนั้น
มันจึงมีเชื้อปนออกมา
ถ้าหากฝ่ายหญิงเป็นเอดส์แต่ชายไม่เกิดแผล หรือกลับกันชายเป็นเอดส์แต่หญิงไม่เป็นแผล
ก็จะไม่ติดถึงอีกคน
ถ้าเกิดแผลพร้อมกันทั้งสองคน จึงเปิดโอกาสให้เชื้อผ่านสู่อีกคนนึงได้
ถ้าหากเชื้อเอดส์สามารถติดโดยผ่านทางเยื่อเมือก
ก็คงติดเชื้อกันตั้งแต่อึ๊บกันครั้งแรกแล้ว(หรือตอนอมเลียกันสด
ๆ)
เพราะว่า เชื้อเอดส์ออกมากับน้ำเมือกหล่อลื่นในช่องจี๋มและในน้ำอสุจิเป็นจำนวนมาก ก็ต้องมีบ้างละที่เชื้อเอดส์จะเข้าทางเยื่อเมือกในรูจู๋ท่อฉี่ของชาย
กับทางเยื่อเมือกในจี๋ม,ปากมดลูก ตั้งแต่ตอนอึ๊บกันครั้งแรก
นับแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งติดเชื้อเอดส์มา
สรุปว่าการร่วมเพศระหว่างคู่ผัวเมียที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เป็นเอดส์ไม่ทำให้อีกฝ่ายติดทุกคน
และทันทีที่มีการร่วมเพศกัน
จึงสันนิษฐานว่ามันติดกันทางแผลถลอกเป็นหลัก นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่าการติดเอดส์จะเกิดได้ง่ายมากถ้าหากคนนั้นติดเชื้อกามโรคอยู่ เพราะเชื้อกามโรคจะทำให้เนื้อเยื่ออักเสบเป็นแผลนั่นเองเชื้อเอดส์จึงเข้าได้ง่ายขึ้นคำแนะนำที่ผมจะเขียนแนะนำต่อไปนี้ไม่ใช่สนับสนุนให้ไปเอาสดกับหมอนวดนะ แต่เพราะมีนักเที่ยวมากมายที่ชอบเอาสด ๆ
จะห้ามอย่างไรก็ห้ามไม่ได้ลองชอบซะแล้ว เอาช้างมาฉุดก็เอาไม่อยู่(การที่มีติดเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้นทุกวันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าต้องมีการเอาสดกันเยอะแยะ)
เพราะฉะนั้นเมื่อห้ามไม่ได้
ก็ต้องสอนวิธีที่จะลดโอกาสติดเชื้อลงไปให้มากที่สุด
หน้า
1
2
3
4 |
|
|