คู่มือลงอ่าง รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง ถ้าได้อ่านจนจบ
( เขียนเริ่มต้นโดยคุณ " ตะลอนกรุง " ในเว็บบอร์ด "ครอบครัวเดินทาง"เขียนเพิ่มเติมโดยคุณ " จิ้งเหลนไฟ " ในเว็บบอร์ด "ฟ้ารุ่งยอดขวัญ" )

 


 ดังนั้นถ้าหากจะอึ๊บสดกับหมอนวดก็จะต้องพยายามทำให้จู๋ลื่นมากๆ การที่จะพึ่งแต่เพียงน้ำเมือกหล่อลื่นจากรูจี๋มเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ (นอกจากเห็นว่าน้ำหล่อลื่นของหมอนวดคนนั้นมีมากจริง ๆ และเปียกทั่วถึงข้างนอกรูจิ๋มซึ่งมีน้อยคน) ควรใช้เค-วายเยลลี่(หรือยี่ห้ออื่นที่มีตัวยาฆ่าเชื้อจะยิ่งดีมากแต่ต้องซื้อไปเอง)ชะโลมจู๋ให้ลื่น และเอาไปละเลงที่จี๋มของหมอนวดทั้งข้างนอกและข้างในให้ลื่นแล้ว จึงบรรจงสอดจู๋ใส่เข้าไปในในจี๋ม โดยค่อย ๆ กดเข้าไปทีละน้อยอย่ารีบร้อนรุนแรง พยายามอย่าให้หนังหุ้มจู๋ดึงรั้งจนปริเป็นแผลเล็กๆ แต่ถ้าไม่มีเค-วายเยลลี่ก็ให้สวมถุงยางและบีบนวดให้จู๋เปียกน้ำยาหล่อลื่น(ที่มากับซองถุงยาง)จนทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณหนังหุ้มหัวจู๋และตรงเส้นสองสลึง เสร็จแล้วให้สอดจู๋เข้าไปในจี๋ม เดินจู๋เข้าออกช้าๆจนแน่ใจว่าช่องจี๋มมีน้ำยาหล่อลื่นจาก ปลอกชะโลมทั่วดีแล้ว จึงชักจู๋ออกมาถอดปลอกออก เมื่อชักออกมาแล้วก็อย่าปล่อยไว้นานจนแห้ง แต่ให้สอดเข้าไปในจี๋มช้า ๆ ถ้ารู้สึกว่าเส้นสองสลึงเริ่มตึงให้หยุดการสอดคาไว้เฉยๆ ก่อน แล้วค่อยดันเข้าไปช้า ๆ ทีละนิดอย่ากดลงไปแรง จนกระทั่งจู๋เข้าไปได้หมดเข้าที่ดีแล้ว จึงค่อยๆ

      เริ่มกระทุ้งจู๋เข้าออกได้ แต่ต้องทำค่อยๆ ช้าๆ ด้วย ต่อเมื่อรู้สึกว่าลื่นสะดวกดีแล้วจึงทำเร็วขึ้นได้ ถ้าทำอย่างนี้การสอดใส่และเดินลำเข้าออกก็จะไม่เกิดแผลปริแตก น้ำยาหล่อลื่นคือหัวใจของการลดการติดเชื้อเอดส์(และกามโรคอื่นๆ)จากการอึ๊บสด ในการอึ๊บสดๆ นั้นไม่ควรหลั่งน้ำอสุจิในช่องคลอด โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยตรวจเลือด(เพราะไม่มีทางแน่ใจว่าในตัวเราหรือหมอนวดมีเชื้อกามโรครวมทั้งเชื้อเอดส์หรือไม่) ความจริงเมื่อหมอนวดยอมให้อึ๊บสดแล้วก็ควรพอใจ เมื่อกระทุ้งจี๋มได้นานพอเริ่มเสียวแล้วก็น่าจะถอนออกมาแล้วใส่ปลอกอึ๊บต่อไปจนน้ำแตก ก็จะปลอดภัยต่อตัวเราและหมอนวดมากขึ้น เพราะปกติเมื่อเริ่มเสียวมากก็จะมีน้ำเคลื่อนออกมาบ้าง อาจนำเชื้อกามโรคและเอดส์ออกมาได้(ถ้ามีเชื้อเอดส์อยู่) และเป็นทางให้เชื้อเข้าตัวเราได้ เราควรสำนึกอย่างมากว่า การที่หมอนวดให้อึ๊บสด ๆ ก็เป็นเรื่องพิเศษมากแล้ว ไม่ควรเพิ่มความเสี่ยงให้หมอนวด,ตัวเราและแขกคนถัดไปอีก

      อีกเรื่องหนึ่งที่แขกอยากได้มากคือการอึ๊บหมอนวดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง(เบิ้ล) ปกติถือว่าหมอนวดมีหน้าที่อึ๊บกับแขกจนน้ำแตกรอบละหนเท่านั้น แต่ก็มีหมอนวดอีกมากและในสถานอาบอบนวดบางแห่งต้องการลูกค้ามากๆ จะบังคับกลายๆ ให้หมอนวดยอมให้แขกอึ๊บจนเสร็จได้ถึงสองรอบ ซึ่งจะเป็นที่ไหนหรือหมอนวดคนไหนค้นอ่านดูได้ในเวปบอร์ดเกี่ยวกับการเที่ยวอาบอบนวดทั้งหลาย เมื่ออึ๊บกันแล้วมีปัญหาว่าจะปัสสาวะที่ไหน ปกติในห้องอาบอบนวดไม่มีที่ปัสสาวะ การที่จะออกไปข้างนอกก็ไม่มีใครไปเพราะขลุกขลักอย่างยิ่ง ปกติจึงปัสสาวะตรงช่องระบายน้ำทิ้งที่อยู่นอกอ่างแล้วรีบฉีดน้ำล้างให้ลงไปโดยเร็ว อย่าปัสสาวะในอ่างเพราะเราใช้อาบร่วมกัน (แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องรีบล้างอ่างให้สะอาด)

       ย้อนกลับไปข้างต้นตอนขึ้นบนเตียงใหม่ ๆ หลังจากขึ้นจากอ่าง ถ้าแขกต้องการแสดงเองเลย ก็ยังไม่ให้หมอนวดอมจู๋หรือให้อมสักนิดพอให้เกิดอารมณ์ แขกจะเป็นฝ่ายรุกซุกไซ้เล้าโลมหมอนวดก็ย่อมทำได้ คราวนี้มีปัญหาอยู่ว่าแขกจะทำอะไรกับหมอนวดได้บ้าง ปกติแขกทำอะไรกับแฟนได้
ก็ทำกับหมอนวดได้ บางอย่างอาจทำกับหมอนวดได้มากกว่าแฟนที่บ้านเสียอีก สรุปที่ทำได้แน่ ๆ ก็คือกอดจูบ(หมอนวดจำนวนมากไม่ให้จูบปากก็อย่าไปฝืน)แต่ยอมให้จูบแก้ม หน้าผาก ซุกไซ้ จับ บีบคลึงเต้านม ซึ่งเราไม่ควรบีบจนหมอนวดเจ็บปวดดูดหัวนม(หมอนวดบางคนอาจให้ดูดนมนิดเดียวเพราะกลัวหัวนมดำเร็วไป โดยมากเป็นพวกไซด์ไลน์ แต่ปกติก็ยอมให้ดูดและจับนานเท่าที่แขกต้องการ) ลูบคลำจี๋ม คลึงคลิต (คลิตอริส(Clitoris),ปุ่มกระสันต์) การล้วง(ไช)เข้าไปในจี๋ม หมอนวดบางคนอาจไม่ให้เพราะกลัวเล็บสกปรก หรือข่วนรูจี๋ม แต่ส่วนใหญ่มักยอม(บางคนขอทิป) ซึ่งแขกก็ต้องทำค่อย ๆ และต้องดูก่อนว่านิ้วเรามีแผลหรือเปล่า ถ้ามีก็ห้ามทำเด็ดขาด

        เรื่องการซุกไซ้เล้าโลมหมอนวดนี้ มีสิ่งหนึ่งที่แขกหลายคนชอบทำกับหมอนวด และมีหมอนวดบางคนชอบให้แขกทำให้มาก แต่บางคนก็ไม่ยอม (ยกเว้นมีทิป)สองพวกนี้มีสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง นั่นคือการเลียจี๋มเลียคลิต จากการสอบถามหมอนวดมีหลายสิบเปอร์เซ็นต์เคยถูกแขกเลียจิ๋มและคลิต ปกติหมอนวดที่ถูกเลียจี๋มและคลิต อย่างเต็มความรู้สึก,ไม่ฝืนใจ จะถึงจุดสุดยอดในเวลาไม่นาน(สักเจ็ด,แปดหรือสิบนาที)ถ้าหากแขกเลียเป็น แต่ถ้าแขกทำไม่เป็นก็จะไม่เสร็จ ซึ่งการถึงจุดสุดยอดจากการถูกเลียก็จะง่ายกว่าการอึ๊บกันและจะเสียวกว่าการอึ๊บกันมาก หมอนวดทุกคนจะบอกว่าการเลียที่จะทำให้เสร็จ จะต้องเลียไล้ไปที่หัวคลิตนาน ๆ อย่าหยุดจนกว่าจะเสร็จ ไม่ใช่เลียเน้นที่รูจี๋มหรือแคมเล็ก,แคมใหญ่ ยกเว้นตอนอุ่นเครื่องซึ่งจะเลียเพื่อ ให้หัวคลิตตื่นตัวจนโผล่ขึ้นมา ถ้าหัวคลิตไม่โผล่ก็ให้แหวก,ปลิ้นกลีบแคมเล็ก ออกมาให้หัวโผล่แต่บางคนก็ไม่โผล่เพราะจมลึก(ขึ้นอยู่กับแต่ละคน) อาจต้องช่วยดูดขึ้นมา ซึ่งหมอนวดจะ เสียวมากตอนถูกดูด (บางคนจะถึงสุดยอดได้) แต่ไม่ได้แปลว่าให้ดูด(หรือเลีย)หัวคลิตทันทีตั้งแต่เริ่มทำ (เพราะถ้าผู้หญิงยังไม่มีอารมณ์การแตะถูกหัวคลิตดิบๆจะทำให้เจ็บชา)

       สำหรับเรื่องการเลียจี๋มของหมอนวดนี้ไม่ขอแนะนำให้ทำ(ใช้นิ้วล้วงไชและจูบฟัดแทนได้) เพราะหมอนวดผ่านการอึ๊บกับคนจำนวนนับร้อยหรือนับพันคน จึงอาจติดเชื้อโรคได้ง่าย ให้ทำกับภรรยาเท่านั้น(อย่างเต็มที่ด้วย)

       มีอีกเรื่องหนึ่งคือการร่วมเพศทางทวารหนัก ปกติหมอนวดไม่มีหน้าที่ให้แขกร่วมทางทวารหนัก แต่บางคนอาจยอมก็สุดแล้วแต่จะตกลงกัน การร่วมทางทวารหนักเป็นเรื่องเสี่ยงมาก เพราะธรรมชาติไม่ได้สร้างให้ทวารหนักมีไว้อึ๊บกัน จึงไม่มีน้ำหล่อลื่นจะทำให้เนิ้อเยื่อบุเกิดแผลปริฉีกขาดได้ง่าย ทั้งชายและหญิงการเกิดแผลบาดเจ็บและติดเชื้อเอดส์จึงเกิดได้ง่ายกว่าทางอื่น อีกอย่างแม้จะระวังใช้น้ำมันหล่อลื่นแล้ว กล้ามเนื้อที่หูรูดทวารหนักซึ่งแข็งแรงมากกว่าจิ๋มอาจจะรัดจู๋ของเราจนบอบช้ำได้ ทำให้เกิดการอ้กเสบในท่อฉี่จนมีเลือดออกตอนฉี่ได้ (เยี่ยวเป็นเลือด) เมื่ออึ๊บกันเสร็จแล้วถ้ายังมีเวลาเหลือแขกมีสิทธิอยู่ในห้องต่อไปจนกว่าจะมีเสียงโทรศัพท์ขึ้นมาบอกว่าหมดเวลาแล้ว จะต่อรอบอีกหรือเปล่า ถ้าไม่ต่อก็ลงไปจ่ายเงิน บางที่ให้จ่ายก่อนแล้วก็กลับได้ แต่ก็อาจพบให้จ่ายค่าของใช้พิเศษอื่นๆเพิ่มอีกเล็กน้อย เช่นค่าแชมพู ถ้าให้หมอนวดสระผมให้(เคยเจอมา) ที่เจอบ่อยมักเป็นค่าถุงยาง อันที่สองและสาม เราก็ควรจ่าย อย่าไปขี้เหนียว (ยกเว้นว่าแพงเกินไปก็ต้องโวยวาย)

        ในระหว่างที่ยังไม่หมดเวลาหมอนวดที่ดีจะยังคงแก้ผ้าล่อนจ้อนเหมือนเดิม ยังจะไม่แต่งตัวเพราะจะเท่ากับเป็นการเร่งให้แขกกลับ(จะแต่งต่อเมื่อใกล้จะหมดเวลา) ในช่วงดังกล่าวก็อาจทำอะไรกันได้ที่ไม่ถึงกับเป็นการอึ๊บกัน แต่บางทีหมอนวดที่ใจดีก็อาจให้แขกอึ๊บอีกหนหนึ่งเพราะหนแรกอาจใช้เวลาแค่สองสามนาที(หลั่งเร็ว) ถ้าหากขณะกำลังอึ๊บกันกันก็หมดเวลาพอดี เราก็อาจทำต่อไปได้อีกสักไม่เกินสิบนาที โดยหมอนวดจะตอบไปว่าจะเสร็จแล้ว ขอเวลาอีกนิด หรือไม่ก็บอกว่ากำลังกินข้าวจะหมดแล้ว หรือกำลังแต่งตัว หรืออ้างเหตุอะไรก็ได้ เขาก็ไม่ว่าอะไร ส่วนแขกก็ต้องเร่งโขยกให้เสร็จเร็วๆ ต่อจากนั้นก็แยกกัน ถ้าติดใจหมอนวดก็อาจขอเบอร์โทรไว้ ส่วนเราไม่ควรให้เบอร์โทรบ้าน ถ้าหากเรามีครอบครัว เพราะอาจมีการโทรไปที่บ้านทำให้ยุ่งยากมากปัญหาปกติถ้าแขกไปเที่ยวหมอนวดคนไหนบ่อยๆ เป็นเวลานานเป็นเดือนเป็นปีก็จะสนิทกัน เป็นขาประจำหมอนวดคนนั้นมักให้บริการดีกว่าปกติ บางครั้งสิ่งที่ไม่ทำกับแขกคนอื่นก็อาจทำกับแขกขาประจำ เช่น ยอมให้อึ๊บและอมจู๋สดๆ และบางทีก็ไปเที่ยวหรือไปอึ๊บกับแขกในเวลาที่ไม่ได้ทำงานด้วย เรียกว่าพอแขกคนนั้นโทรหาก็จะไปหาไม่มีอิดเอื้อน เรื่องเงินไม่มีการเรียกร้อง ส่วนใหญ่แขกจะให้เงินบ้างตามสมควร มักเป็นแขกจะหลงให้เงินไปมากกว่า(มีศัพท์เรียกการเป็นขาประจำว่า "ผูกปิ่นโต" ถ้าถึงขั้นขอให้หมอนวดหยุดทำงานไปเลยเรียกว่า"รับเลี้ยง")

        สำหรับผู้ชายที่อยากจะอึ๊บเป็นครั้งแรกในชีวิต(ขึ้นครู)กับหมอนวด ก็ขอแนะนำให้ไปหาอาบอบนวดที่หมอนวดยอมให้เบิ้ลได้ หากว่าน้ำแตกเร็วไปจะได้แก้ตัวได้อีกที ขอให้พยายามระงับความตื่นเต้นไว้ ถ้าจะบอกกับหมอนวดว่าเพิ่งเคยมาเที่ยวอาบอบนวดก็ไม่น่าจะต้องอาย ตัวผมเอง(จิ้งเหลนไฟ)
ก็เข้าอาบอบนวดครั้งแรกตอนอายุ 33 ปี หรือถ้าอายจะบอกก่อนเลยว่าอาจจะขอเบิ้ล เพราะเป็นคนหลั่งเร็วก็ได้ แล้วเตรียมทิปเพิ่มให้จะดีขึ้นอีก หมอนวดจะได้ช่วยเต็มที่และอาจได้รับบริการดีเป็นพิเศษ สำคัญอย่างเดียว หมอนวดอาจไม่เชื่อ อาจเห็นว่าพูดหลอกลวงเพื่อให้เธอบริการอย่างดีๆสดๆ มีข้อหนึ่งที่จะเตือนคือ ถ้าหากหมอนวดเชื่อว่าไม่เคยจริงๆ(โดยมากกับหนุ่มน้อยหน้าตาดี )เธอจะบริการให้สดๆทุกอย่าง อย่าได้ปล่อยอารมณ์ชั่ววูบหลวมตัวทำสดกับหมอนวดนะประเดี๋ยวติดโรคเอดส์หรือกามโรคอื่นจะหาว่าไม่เตือน

8.คำแนะนำสำหรับคนที่ชอบหลีกเลี่ยงไม่ใส่ถุงยาง

     จากผลการศึกษามานานแล้วพบว่าโอกาสติดเชื้อจากการอึ๊บสดต่อครั้งมีในราวๆ 2 เปอร์เซ็นต์(จำตัวเลขแน่ชัดไม่ได้) และจากข้อเท็จจริงที่พบว่าพวกหมอพยาบาลที่ถูกเข็มที่มีเชื้อเอดส์ตำ จะติดเชื้อเอดส์ประมาณแค่ 0.4 เปอร์เซ็นต์(แต่เขาจะให้กินยาต้านไวรัสเอดส์ทันทีจึงช่วยได้มาก) และเด็กที่เกิดจากแม่ที่เป็นเอดส์ ก็ติดเชื้อประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าให้แม่กินยาต้านเอดส์ตอนท้องก็จะช่วยทำให้ลดลงเหลือแค่แถวๆ 10 เปอร์เซ็นต์ และยังพบด้วยว่าเชื้อเอดส์ไม่สามารถผ่านเข้าสู่เซลทางผิวหนังปกติ(คือไม่มีแผล) ส่วนทางเยื่อเมือก(ที่บอกว่าติดทางเยื่อเมือกก็เช่นแค่เนื้อเยื่อจู๋เสียดสีกับเยื่อเมือกของช่องคลอด เชื้อก็ซึมติดกันได้แล้วโดยไม่ต้องมีแผลเลย)เช่น ในจี๋ม ปากมดลูก รูปัสสาวะ นั้นเดิมทีก็คิดว่าอาจจะเป็นไปได้ แต่ในปัจจุบันก็ยังไม่ถึงกับยืนยันว่าได้หรือไม่ได้อย่างเด็ดขาด แต่ก็เชื่อกันมากว่าน่าจะไม่ได้ เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า เมื่อคู่ผัวเมียคนใดคนหนึ่งเป็นเอดส์ และยังคงอึ๊บกันต่อไป ก็ปรากฏว่าคู่ของตนไม่เป็นเอดส์ทุกคน หรือถ้าติดก็ไม่ได้ติดทันที แต่ติดในเวลาห่างกันมากก็มี  จึงมีการสันิษฐานว่าสาเหตุใหญ่น่าจะติดเชื้อทางแผลเล็กๆ ที่อวัยวะเพศ ซึ่งสาเหตุที่มาน่าจะเป็นดังนี้ ปกติการอึ๊บกันระหว่างผัวเมีย

    บางครั้งผัวก็เล้าโลมจนเมียเสี้ยนเต็มที่ ในจี๋มมีน้ำเมือกหล่อลื่นออกมามากจนเยิ้มมาถึงข้างนอก และฝ่ายผัวเองมีน้ำนำร่องออกมาจุกที่ปลายจู๋ เวลาผัวสอดจู๋ใส่จี๋มจึงเข้าได้ไม่ยากนัก (แต่ก็ไม่คล่องอยู่ดีแหละทุกคนคงรู้อยู่แล้ว) จึงไม่มีแผลปริ แต่ในบางครั้งเมื่อจะอึ๊บไม่เล้าโลมเมีย (เพราะต้องรีบกลัวลูกตื่น หรือด้วยเหตุผลอื่น)น้ำเมือกจี๋มของเมียยังไม่ออกมา แต่ฝ่ายผัวกลับพยายามจะดันจู๋ข้าไป ปากรูจี๋มปกติก่อนจะถูกจู๋เสียบถ่างออกไปจะมีขนาดเล็กกว่าจู๋มาก เมื่อจี๋มยังแห้งอยู่และจู๋ก็แห้งอยู่เหมือนกัน ก็จะฝืดมากดึงรั้งหนังหุ้มจู๋โดยเฉพาะตรงบริเวณเส้นสองสลึง ถ้ายังพยายามจะดันลงไปแรงๆ หนังตรงนั้นก็จะปริเป็นแผลเล็กๆ ยิ่งถ้าทำแรงมากก็จะทำให้ปากรูจี๋มเป็นแผลถลอกเล็กๆได้ (ที่พวกผู้หญิงบอกว่า "ค่อยๆ นะมันเจ็บ" นั่นแหละส่วนมากก็เป็นตอนสอดจู๋นี่แหละ) แผลพวกนี้อาจเล็กมากจนเราไม่ทันสังเกต แต่ถ้าใหญ่นิดนึงเวลาล้างน้ำจะแสบนิดๆ (เราทุกคนคงเคยเจอมากันทั้งนั้นแหละ) ทีนี้ไม่ว่าแผลใหญ่เล็กแค่ไหนจะต้องมีเลือด และน้ำเหลืองออกทั้งนั้น มันจึงมีเชื้อปนออกมา ถ้าหากฝ่ายหญิงเป็นเอดส์แต่ชายไม่เกิดแผล หรือกลับกันชายเป็นเอดส์แต่หญิงไม่เป็นแผล ก็จะไม่ติดถึงอีกคน ถ้าเกิดแผลพร้อมกันทั้งสองคน จึงเปิดโอกาสให้เชื้อผ่านสู่อีกคนนึงได้ ถ้าหากเชื้อเอดส์สามารถติดโดยผ่านทางเยื่อเมือก ก็คงติดเชื้อกันตั้งแต่อึ๊บกันครั้งแรกแล้ว(หรือตอนอมเลียกันสด ๆ) เพราะว่า เชื้อเอดส์ออกมากับน้ำเมือกหล่อลื่นในช่องจี๋มและในน้ำอสุจิเป็นจำนวนมาก ก็ต้องมีบ้างละที่เชื้อเอดส์จะเข้าทางเยื่อเมือกในรูจู๋ท่อฉี่ของชาย กับทางเยื่อเมือกในจี๋ม,ปากมดลูก ตั้งแต่ตอนอึ๊บกันครั้งแรก นับแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งติดเชื้อเอดส์มา

       สรุปว่าการร่วมเพศระหว่างคู่ผัวเมียที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เป็นเอดส์ไม่ทำให้อีกฝ่ายติดทุกคน และทันทีที่มีการร่วมเพศกัน จึงสันนิษฐานว่ามันติดกันทางแผลถลอกเป็นหลัก นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่าการติดเอดส์จะเกิดได้ง่ายมากถ้าหากคนนั้นติดเชื้อกามโรคอยู่ เพราะเชื้อกามโรคจะทำให้เนื้อเยื่ออักเสบเป็นแผลนั่นเองเชื้อเอดส์จึงเข้าได้ง่ายขึ้นคำแนะนำที่ผมจะเขียนแนะนำต่อไปนี้ไม่ใช่สนับสนุนให้ไปเอาสดกับหมอนวดนะ แต่เพราะมีนักเที่ยวมากมายที่ชอบเอาสด ๆ จะห้ามอย่างไรก็ห้ามไม่ได้ลองชอบซะแล้ว เอาช้างมาฉุดก็เอาไม่อยู่(การที่มีติดเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้นทุกวันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าต้องมีการเอาสดกันเยอะแยะ) เพราะฉะนั้นเมื่อห้ามไม่ได้ ก็ต้องสอนวิธีที่จะลดโอกาสติดเชื้อลงไปให้มากที่สุด


หน้า 1 2 3 4

 
  
  

 
 
 
 

www.ILikeMassage.com
C
opyrights ฉ 2005 Fine Info Co.,Ltd., All Rights Reserved. Any comments and suggestion please mail to MidnightThailand@hotmail.com